น้ำยาล็อคเกลียวมีกี่เบอร์? เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับงานโรงงาน

น้ำยาล็อคเกลียวมีกี่เบอร์? วิธีเลือกให้เหมาะกับงานโรงงาน

ในไลน์การผลิตและงานซ่อมบำรุงโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาเครื่องจักรหยุดทำงาน (Downtime) ที่เกิดจากน็อต สกรู หรือสลักเกลียวคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือน ความร้อน หรือแรงกระแทก ถือเป็นความเสี่ยงที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิตอย่างมหาศาล การเลือกใช้น้ำยาล็อคเกลียวที่ถูกต้อง จึงเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องเครื่องจักรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

สำหรับวิศวกร ช่างซ่อมบำรุง และฝ่ายจัดซื้อที่กำลังสงสัยว่า "น้ำยาล็อคเกลียวมีกี่เบอร์? แต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร? และควรเลือกรุ่นไหนให้ตรงกับหน้างาน? " TPG Center (บริษัท ที พี จี เซ็นเตอร์ จำกัด) ผู้จัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์และอะไหล่เครื่องจักรอุตสาหกรรม ได้รวบรวมคู่มือการเลือกใช้งานน้ำยาล็อคเกลียว LOCTITE อย่างละเอียดมาไว้ในบทความนี้


ถอดรหัส "สี" น้ำยาล็อคเกลียว แบ่งตามระดับแรงยึดเกาะได้อย่างไร?

น้ำยาล็อคเกลียว (Threadlocker) เป็นกาวชนิดไม่ใช้ออกซิเจน หรือเรียกว่าเป็นแบบ Anaerobic Adhesive ที่จะเซตตัวเป็นพลาสติกแข็งเมื่ออยู่ในร่องเกลียวโลหะที่อับอากาศ การแบ่งประเภทมาตรฐานของ LOCTITE จะใช้ "สี" เป็นสัญลักษณ์บอกระดับแรงยึดและความถนัดในการใช้งาน:

  • สีม่วง (แรงยึดต่ำ - Low Strength): เหมาะสำหรับสกรูปรับตั้ง น็อตขนาดเล็ก (ไม่เกิน 1/4 นิ้ว) หรือโลหะความแข็งแรงต่ำ เช่น อะลูมิเนียม ทองเหลือง ถอดออกง่ายด้วยเครื่องมือช่างธรรมดาโดยไม่ทำให้เกลียวรูด
  • สีน้ำเงิน (แรงยึดปานกลาง - Medium Strength): สูตรอเนกประสงค์ที่นิยมใช้มากที่สุดในโรงงาน เหมาะกับน็อตยึดปั๊ม มอเตอร์ และกล่องเกียร์ สามารถถอดซ่อมบำรุงได้ด้วยเครื่องมือช่างทั่วไป
  • สีแดง (แรงยึดสูง - High Strength): ออกแบบมาสำหรับงานยึดติดถาวร ทนแรงสั่นสะเทือนรุนแรง เหมาะกับสลักเกลียวขนาดใหญ่ การถอดประกอบต้องใช้ความร้อนเป่าร่วมกับเครื่องมือถอด
  • สีเขียว (สูตรแทรกซึม - Wicking Grade): มีความหนืดต่ำมาก สามารถหยอดแทรกซึมเข้าไปตามร่องเกลียวของน็อตที่ประกอบเข้ากับฐานเรียบร้อยแล้ว 


ตารางเทียบสเปก "เบอร์น้ำยาล็อคเกลียว LOCTITE" ยอดฮิตในงานอุตสาหกรรม

เพื่อให้ฝ่ายจัดซื้อและช่างซ่อมบำรุงเปรียบเทียบสเปกได้อย่างแม่นยำ TPG Center สรุปข้อมูลเทคนิคของ LOCTITE รุ่นยอดนิยมไว้ดังนี้:

รหัสรุ่น LOCTITEสีน้ำยาระดับแรงยึดขนาดสลักเกลียวที่รองรับอุณหภูมิใช้งานสูงสุดคุณสมบัติเด่นและการนำไปใช้งาน
LOCTITE 222 สีม่วง ต่ำ ไม่เกิน 1/4" 150°C สกรูปรับตั้ง, โลหะอ่อน อะลูมิเนียม/ทองเหลือง (Mil-Spec)
LOCTITE 242 สีน้ำเงิน ปานกลาง 1/4" ถึง 3/4" 150°C งานซ่อมบำรุงทั่วไป ถอดออกได้ด้วยเครื่องมือธรรมดา (ABS)
LOCTITE 243 สีน้ำเงิน ปานกลาง M6 ถึง M20 (1/2"-3/4") 180°C รุ่นขายดี! ทนทานต่อน้ำมันปนเปื้อนได้ดีเยี่ยม (NSF/ANSI )
LOCTITE 262 สีแดง สูง ไม่เกิน 3/4" (M20) 150°C ล็อคสลักเกลียวยึดติดถาวร ป้องกันการคลายตัวรุนแรง (ABS)
LOCTITE 263 สีแดง สูง ไม่เกิน 3/4" (M20) 180°C แรงยึดสูง ทนทานต่อน้ำมัน ทนความร้อนสูง (ABS)
LOCTITE 271 สีแดง สูง สลักเกลียวแรงยึดสูง 150°C ป้องกันการคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือนหนัก
LOCTITE 272 สีแดง สูง ไม่เกิน 1.1/2" 230°C สูตรทนความร้อนสูงพิเศษ เหมาะกับเครื่องยนต์และเตาอบ
LOCTITE 277 สีแดง สูง ใหญ่กว่า 1" (>25.4 mm.) 150°C ความหนืดสูง สำหรับโบลท์/สตัดขนาดใหญ่ เรืองแสง UV
LOCTITE 290 สีเขียว ปานกลาง/สูง #2 ถึง 1/2" 150°C สูตรแทรกซึม หยอดหลังประกอบเสร็จ 


ผลิตภัณฑ์เสริมประสิทธิภาพงานเกลียว: สารทาเกลียวท่อ และ Anti-Seize

นอกเหนือจากน้ำยาล็อคเกลียวแล้ว งานประกอบเครื่องจักรอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องใช้เคมีภัณฑ์เฉพาะทางเพื่อป้องกันการคลายและการติดขัด:

  • LOCTITE 5770 (Pipe Sealant): น้ำยาซีลเกลียวท่อโลหะเหล็ก เนื้อครีมสีขาวขุ่นถึงเทาม่วง ป้องกันการรั่วซึมของข้อต่อท่อเหล็กที่ต้องรับแรงดันสูงและความร้อนสูง
  • LOCTITE LB 771 (Nickel Anti-Seize): สารหล่อนลื่นป้องกันการติดขัดผสมนิกเกิล สีเงินเมทัลลิก ทนอุณหภูมิสุดขั้วตั้งแต่ -54°C ถึง 1,315°C ทนกรด แอมโมเนีย ช่วยให้ถอดชิ้นส่วนสแตนเลสได้ง่ายหลังผ่านงานความร้อนสูง
  • LOCTITE LB 8150 (Silver Anti-Seize): สารหล่อลื่นป้องกันการจับติดผสมกราฟิตี้และอะลูมิเนียม ทนอุณหภูมิสูงถึง 870°C – 900°C ป้องกันการกัดกร่อน การยึดติด และการติดขัดของข้อต่อโลหะ


4 ปัจจัยวิศวกรรมที่ต้องเช็ก ก่อนเลือกเบอร์น้ำยาล็อคเกลียว

1. ขนาดของสลักเกลียว (Bolt Size) และความหนืด

น็อตขนาดใหญ่ต้องการน้ำยาที่มีความหนืดสูง (เช่น LOCTITE 277) เพื่อให้เนื้อน้ำยาเติมเต็มช่องว่างร่องเกลียวได้ทั่วถึง ส่วนน็อตขนาดเล็กควรใช้ความหนืดต่ำ

2. ความถี่ในการถอดซ่อมบำรุง

หากเป็นจุดที่ต้องถอดเช็กระยะหรือเปลี่ยนอะไหล่ตามรอบ ควรใช้สีน้ำเงิน (LOCTITE 243/242) เท่านั้น หากใช้สีแดงอาจทำให้เกลียวขาดหรือชิ้นงานเสียหายขณะถอด

3. สภาพแวดล้อม คราบน้ำมัน และอุณหภูมิ

หน้างานที่มีคราบน้ำมันหล่อลื่นปนเปื้อน ควรมองหารุ่นที่ทนน้ำมันได้อย่าง LOCTITE 243 หรือ 263 และหากเป็นจุดที่มีความร้อนสูงเกิน 150°C ต้องขยับไปใช้ LOCTITE 272 (ทนได้ 230°C)

4. ประเภทของวัสดุชิ้นงาน

โลหะเฉื่อย (Inactive Metals) เช่น สแตนเลส หรือชิ้นส่วนที่ผ่านการชุบผิว อาจต้องใช้เวลานานขึ้นในการแห้งตัว การเลือกรุ่นอย่าง LOCTITE 243 หรือ 263 จะช่วยให้การเซตตัวทำได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้น้ำยาล็อคเกลียว

Q1: นำน้ำยาล็อคเกลียวไปใช้กับวัสดุพลาสติกได้หรือไม่?

A: ไม่ได้ น้ำยาล็อคเกลียวเป็นกาว Anaerobic ที่ต้องการไอออนของโลหะในการทำปฏิกิริยาเซตตัว หากนำไปใช้กับพลาสติก น้ำยาจะไม่แห้งตัว และสารเคมีอาจกัดกร่อนเนื้อพลาสติกให้แตกร้าวได้ หากต้องการใช้กับโลหะเฉื่อยหรือพลาสติก ต้องใช้น้ำยาเร่งปฏิกิริยา (Primer) ร่วมด้วย

Q2: น้ำยาล็อคเกลียวสีแดง ถ้าต้องการถอดออกต้องทำอย่างไร?

A: เนื่องจากสีแดงเป็นสูตรแรงยึดสูงยึดติดถาวร การถอดน็อตออกจะต้องใช้ความร้อนจากปืนเป่าลมร้อน (Heat Gun) ให้ความร้อนเฉพาะจุดบริเวณน็อตจนถึงอุณหภูมิประมาณ 250°C เพื่อให้เนื้อกาวคลายตัว จากนั้นจึงใช้เครื่องมือช่างขันถอดออกในขณะที่ยังร้อน

Q3: LOCTITE 242 กับ LOCTITE 243 ต่างกันอย่างไร?

A: ทั้งคู่เป็นน้ำยาสีน้ำเงินแรงยึดปานกลาง แต่ LOCTITE 243 เป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า โดยทนอุณหภูมิได้สูงถึง 180°C (รุ่น 242 ทนได้ 150°C) และมีคุณสมบัติเด่นในการทนต่อการปนเปื้อนของน้ำมันหล่อลื่นบนพื้นผิวเกลียวได้ดีเยี่ยม พร้อมมาตรฐานรับรอง NSF


สั่งซื้อน้ำยาล็อคเกลียว LOCTITE ของแท้ 100% กับ TPG Center

ยกระดับความปลอดภัยให้เครื่องจักรในโรงงาน และลดปัญหา Downtime เลือกสั่งซื้อน้ำยาล็อคเกลียว LOCTITE ของแท้จากผู้จัดจำหน่ายที่เชื่อถือได้ TPG Center (บริษัท ที พี จี เซ็นเตอร์ จำกัด) เราคือศูนย์รวมจำหน่ายเครื่องจักร เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม และน้ำยาล็อคเกลียว LOCTITE ครบทุกเบอร์ ทั้ง LOCTITE 222, 242, 243, 262, 263, 271, 272, 277, 290 รวมถึง Anti-Seize สินค้าของแท้ 100% ออกใบกำกับภาษีได้ พร้อมบริการจัดส่งรวดเร็วตรงถึงหน้าโรงงานในพื้นที่ระยอง ชลบุรี และภาคตะวันออก!


ติดต่อ TPG CENTER เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 https://lin.ee/3G58YOulW